คาร์ม็อบคึกคัก รวมตัวไล่รัฐบาล ลูกนัทโผล่แจม เต้นลั่น บิ๊กตู่ ไม่ออก ครั้งหน้าเจอม็อบใหญ่ที่สุด

คาร์ม็อบ คึกคัก รวมตัวไล่รบ. ลูกนัทโผล่แจม เต้นลั่นบิ๊กตู่ไม่ออก ครั้งหน้าเจอม็อบใหญ่ที่สุด ท้าฝ่ายค้าน-รัฐบาล คนดับเกินหมื่นป่วยเกินล้าน ยังยกมือให้อีกหรือ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 ส.ค.2564 ที่แยกเกษตร ถนนเกษตร-นวมินทร์ ใกล้ทางลงอุโมงค์เกษตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ หรือ อ.ห.ต. พร้อมด้วยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด นัดจัดกิจกรรม CAR MOB CALL OUT โดยมีระยะทางไกลรวม 50 กิโลเมตร เชื่อมต่อกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในพื้นที่ 3 จังหวัด

โดยจะใช้เส้นทางเริ่มจากแยกเกษตร หัวขบวนมุ่งหน้าถนนวิภาวดี เคลื่อนขบวนลอดใต้อุโมงค์เกษตร ผ่านหน้าม.เกษตรศาสตร์ ข้ามสะพานถนนวิภาวดี ข้ามสะพานแยกพงษ์เพชร ข้ามสะพานแยกแคราย มุ่งสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ ข้ามสะพานพระนั่งเกล้า(ใหม่) ผ่านแยกท่าอิฐ ขึ้นสะพานยกระดับวนขวาไปทางถนนราชพฤกษ์

จากนั้นขึ้นสะพานยกระดับวนขวาเข้าถนนชัยพฤกษ์ มุ่งหน้าไปทางปากเกร็ด ขึ้นสะพานพระรามสี่ เข้าห้าแยกปากเกร็ดเลี้ยวซ้าย เข้าถนนติวานนท์ ก่อนมุ่งหน้าไปทางปทุมธานี และไปสุดทางที่ลายเทพปทุม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าศาลากลางหลังเก่า จ.ปทุมธานี และจะมีการปราศรัยปิดท้ายกิจกรรมด้วย

โดยการชุมนุมในครั้งนี้มีหลายกลุ่มที่ให้ความสนใจเข้าร่วม เช่น กลุ่มทะลุฟ้า กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มทะลุแก๊ซ ขณะนี้ผู้ชุมนุมจำนวนมากทยอยนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจอดริมฟุตบาธเพื่อรอตั้งขบวน โดยใช้พื้นที่ 2 เลนซ้าย เหลือถนน 2 เลนขวาสุดให้การจราจรยังคงเคลื่อนต่อไปได้ มีการแสดงสัญลักษณ์ เช่น ปักธงสีแดง ผูกผ้าสีแดงที่กระจกรถ แปะสติกเกอร์หรือแผ่นป้ายระบุข้อความโจมตีการทำงานของรัฐบาล

มีการนำตุ๊กตาสวมถุงพลาสติกสีดำคลุมหัววางไว้ในกรงขังจำลองซึ่งตั้งอยู่บนหลังคารถ รวมถึงเป็ดยางสีเหลืองที่เคยเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการชุมนุมที่ผ่านมา โดยมีตำรวจมาคอยดูแลความเรียบร้อย กิจกรรมคาร์ม็อบครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลานัดหมาย แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นท้ายขบวนได้แล้วว่าอยู่ที่ตรงไหน

ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ระหว่างรอเวลาเคลื่อนขบวน ผู้ชุมนุมต่างเปิดเพลงเสียงดังคึกคัก และมีการเล่นดนตรีสด รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่มาตั้งแผงขายอาหารและสติกเกอร์สัญลักษณ์สำหรับการเข้าร่วมชุมนุมต่างๆ โดยรูปแบบของขบวนนั้น จะให้กลุ่มจยย.เป็นหัวขบวนแล้วตามด้วยรถยนต์

จากนั้นเวลา 14.35 น. นายณัฐวุฒิได้เดินทางมาถึง และให้สัมภาษณ์ว่า คาร์ม็อบครั้งนี้เราต้องการรวมพลังประชาชนในการแสดงออกอีกครั้ง ก่อนที่จะมีการนัดหมายครั้งสำคัญ เพื่อประกาศการลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมโดยประชาชน ซึ่งหลังจากคาร์ม็อบวันนี้ก็จะมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง และจะมีการนัดหมายแสดงพลังครั้งใหญ่ภายในไม่กี่วันข้างหน้า การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาเป็นบทบาทหน้าที่ของ ส.ส.

แต่สำหรับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ตนเชื่อว่าเราลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ไปแล้วก่อนหน้านี้ และจะมีการมาแสดงพลังให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับทราบ และให้ ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลได้ตระหนัก ตัดสินใจเลือกว่าจะเลือก พล.อ.ประยุทธ์หรือประชาชน นี่คือสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารกับสังคมสำหรับการนัดหมายวันนี้

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า วันนี้เชื่อว่าทั้งขบวนรถและขบวนคนจะเพิ่มจำนวนมากกว่าครั้งที่แล้ว ซึ่งคาร์ม็อบเพิ่มในเชิงปริมาณมาโดยตลอด ส่วนในเชิงคุณภาพเราต้องการพิสูจน์ว่าเมื่อประชาชนออกมาเพิ่มขึ้นทุกครั้ง เราก็จะเดิมพันกับ พล.อ.ประยุทธ์ ลงมติไว้วางใจอย่างที่กล่าวไป อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจะรอดูผลสรุปการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ก่อน เพราะตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจ การอภิปรายครั้งนี้มีนัยยะสำคัญที่สุดทางการเมือง นี่คือสภาวการณ์ที่อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ขาดความชอบธรรมถึงที่สุด

และคือภาวะที่ประชาชนทั้งประเทศส่งเสียงอย่างเดียวกันว่าไม่รับอำนาจการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ อีกต่อไป ผมเชื่อว่าแม้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลจะสมประโยชน์ทางอำนาจทางการเมืองอยู่ แต่ถ้าประชาชนส่งเสียงออกมาอย่างล้มหลาม ตนเชื่อว่าผู้แทนราษฎรก็ต้องคิดให้มากเหมือนกัน หากประชาชนทุกเขตเลือกตั้งปฏิเสธ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านที่หักน้ำใจประชาชนลงมติไว้วางใจจะแบกหน้ากลับไปอธิบายประชาชนอย่างไร

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า สถานการณ์การเมือง ในช่วง 1-2 สัปดาห์ จากนี้ ถือเป็นช่วงสำคัญ เรามีแนวทางชัดเจนว่าไม่ลุย ไม่บวก ไม่ปะทะ แต่จะไม่ลดละการขับไล่ และหลังจากวันนี้จะมีการประกาศนัดชุมนุมครั้งถัดไป ซึ่งจะเป็นการชุมนุมใหญ่ โดยวันเวลา สถานที่

และรูปแบบจะอธิบายหลังจากวันนี้ วันนี้อยากให้เนื้อหาสาระและพลังคาร์ม็อบส่งไปถึงประชาชนทั้งประเทศอย่างครบถ้วนตามที่คาดหวังก่อน และนอกเหนือจากเคลื่อนขบวนยังมีเวทีออนไลน์ที่มีแขกรับเชิญมากมาย และเมื่อไปถึงที่หมาย จ.ปทุมธานี ก็จะมีการปราศรัยถึงแนวทางและการเคลื่อนไหวยกระดับการต่อสู้

“ผมคิดว่าทั้งพลังประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญสถานการณ์การเมืองเดินทางมาถึงจุดที่ในระบบรัฐสภาก็มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือว่าสถานการณ์ทั้งในและนอกสภามาบรรจบกัน ในสัปดาห์ถัดจากนี้จึงถือว่าเป็นสถานการณ์ใหญ่ที่ต้องจับตามอง ขอให้พล.อ.ประยุทธ์รับฟังเสียงประชาชน ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา และยอมรับสักทีว่าหมดเวลาของท่านแล้ว

ท่านไม่มีศักยภาพพอที่จะรับมือวิกฤตครั้งนี้ได้ การประกาศสู้ต่อของท่านยืนอยู่บนความบาดเจ็บล้มตายของประชาชน ท่านไม่เคยแสดงความรับผิดชอบจนประชาชนต้องมาเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบออกมาโดยเร็ว” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ตนเข้าใจว่าวันนี้สังคมเห็นชัดแล้วว่าแนวทางของเราคือแนวทางการต่อสู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและการปะทะจนถึงที่สุด ฉะนั้น สถานการณ์ใดที่เกิดขึ้นนอกเหนือเส้นทางคาร์ม็อบก็เป็นวาระของกลุ่มต่างๆ ที่แสดงการต่อสู้ ซึ่งตนคงไม่สามารถไปทักท้วงหรือห้าม เพียงแต่ขอแสดงความห่วงใยและส่งความปรารถนาดีไปยังทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อสู้ว่าขอให้คำนึงถึงความปลอดภัย และประโยชน์ที่แท้จริงของการต่อสู้

จะเลือกแนวทางใดขอให้พิจารณาโดยรอบคอบ ส่วนขบวนคาร์ม้อบคอลเอาต์จะจบลงตามเวลา ไม่มีออกนอกเส้นทาง และไม่มีกิจกรรมใดๆที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความวุ่นวาย ตนได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงเจตนาอย่างเปิดเผย ดังนั้น ผมคิดว่ากิจกรรมที่จะจบภายในเวลาประมาณ 18.00 น. จะเดินไปด้วยความราบรื่นตามวัตถุประสงค์

“ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องมีพลังใดๆ มากไปกว่านี้ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์รู้จักประเมินตัวเองและยอมรับความจริง แต่หากยังเพิกเฉยดื้อด้านก็จะมีการเคลื่อนไหวต่อไป และจะมีการขอพลังมวลชนให้ออกมามากขึ้น โดยออกมาอย่างสงบและให้ทุกอย่างดำเนินไปตามหลักการที่ถูกต้อง ผมเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องสร้างความรุนแรงใดๆต่อกันก็สามารถผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์ออกจากตำแหน่งได้

ผมไม่คาดหวังแต่พลังประชาชนอย่างเดียว แต่ขอท้าทายหัวใจ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล เมื่อประชาชนตายเกินหมื่น ป่วยเกินล้าน พินาศวอดวายขนาดนี้ หากท่านยังยกมือไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์อีกก็ให้รู้กันไป โดยหลังจากเคลื่อนขบวนวันนี้จะมีการชุมนุมที่เชื่อว่าจะเป็นการชุมนุมที่ใหญ่ที่สุด ตั้งแต่การยึดอำนาจ เพื่อขับไล่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ผมไม่ได้ประกาศสงคราครั้งสุดท้าย แต่ทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป” นายณัฐวุฒิ กล่าว

ต่อมาเวลา 14.50 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาในพื้นที่และพยายามประกาศข้อกฎหมาย นายณัฐวุฒิจึงขอตัวเพื่อไปดูแลสถานการณ์ตรงนั้น ก่อนจะประกาศขอให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนโดยสงบ และพลังบริสุทธ์จากประชาชนเท่านั้นที่จะขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากตำแหน่งนายกฯ ได้ ก่อนที่นายณัฐวุฒิจะขึ้นไปยืนบนรถยนต์เป็นการปรากฏตัวต่อหน้าประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม

ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้มีแกนนำคนสำคัญเข้าร่วมด้วย ได้แก่ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท และนพ.ทศพร เสรีรักษ์ โดยก่อนเคลื่อนขบวนมีการจุดควันสีเหลืองและสีฟ้าเป็นสีสัน ก่อนที่จะประกาศเคลื่อนขบวนในเวลา 15.00 น.

Add a Comment

Your email address will not be published.