เปิดยอดอัดฉีด ทัพพาราลิมปิกไทย จากกองทุกพัฒนากีฬาชาติ

เปิดยอดอัดฉีดรวม ทัพพาราลิมปิกไทย ตามหลักเกณฑ์กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยอดรวมกว่า 114 ล้านบาท จากผลงาน 5ทอง 5 เงิน 8 ทองแดง

ตามที่ทัพนักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติไทย ทำผลงานในมหกรรมกีฬา “พาราลิมปิก โตเกียว 2020” ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้อย่างสุดยอดกวาดไปทั้งหมด 5 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 8 เหรียญทองแดง รวม 18 เหรียญรางวัล จบการแข่งขันอันดับที่ 25 และเป็นอันดับที่ 6 ของทวีปเอเชีย รองจากจีน (เจ้าทอง), ญี่ปุ่น, อิหร่าน, อุซเบกิสถาน และอินเดีย โดยทัพนักกีฬาพาราลิมปิกไทย ยังครองเบอร์ 1 ของอาเซียนเหนือกว่า มาเลเซีย ที่จบอันดับ 39 ทำไป 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน

ซึ่งรัฐบาลไทยอุดหนุนเงินรางวัลจากความสำเร็จของนักกีฬาตามหลักเกณฑ์กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่กำหนดไว้ ซึ่งนักกีฬาที่คว้าเหรียญรางวัลมีสิทธิ์เลือกรับเงินรางวัล 2 เงื่อนไขตามที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติระบุในประกาศ เงื่อนไขแรก เหรียญทอง จะได้รับเงินอัดฉีด 7,200,000 บาท เหรียญเงิน 4,800,000 บาท และเหรียญทองแดง 3,000,000 บาท โดยเงื่อนไขนี้จะแบ่งจ่าย ซึ่งจ่ายเป็นก้อนให้นักกีฬาก่อนในอัตราร้อยละ 50 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 50 จะจ่ายเป็นรายเดือน ภายในระยะเวลา 4 ปี ส่วนเงื่อนไขที่สอง จ่ายครั้งเดียวเป็นก้อนเดียว แต่จะได้รับในอัตราที่น้อยลง โดยเหรียญทองจะได้รับเงินรางวัลทั้งสิ้น 6,000,000 บาท, เหรียญเงิน 4,000,000 บาท และเหรียญทองแดง 2,500,000 บาท

โดยนักกีฬาพาราลิมปิกไทยคว้า 5 เหรียญทอง จาก พงศกร แปยอ วีลแชร์เรซซิ่ง 400 เมตร T53 รับ 7.2 ล้านบาท / พงศกร แปยอ วีลแชร์เรซซิ่ง 100 เมตร T53 รับ 7.2 ล้านบาท / พงศกร แปยอ วีลแชร์เรซซิ่ง 800 เมตร T53 รับ 7.2 ล้านบาท / อธิวัฒน์ แพงเหนือ วีลแชร์เรซซิ่ง 100 เมตร T54 รับ 7.2 ล้านบาท และบอคเซียทีม BC 1-2 จำนวน 4 คน วิษณุ ฮวดประดิษฐ์, สุบิน ทิพย์มะนี, วัชรพล วงษา, วรวุฒิ แสงอำภา รับคนละ 7.2 ล้านบาท รวม 4 คน 28.8 ล้านบาท ซึ่งรวม 5 เหรียญทองของทัพไทยรับเงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติไปทั้งสิ้น 57.6 ล้านบาท

ส่วน 5 เหรียญเงินของทัพนักกีฬาไทย จาก อธิวัฒน์ แพงเหนือ วีลแชร์เรซซิ่ง 400 เมตร T54 รับ 4.8 ล้านบาท / ประวัติ วะโฮรัมย์ วีลแชร์เรซซิ่ง 1,500 เมตร T54 รับ 4.8 ล้านบาท / พรโชค ลาภเย็น บอคเซีย บุคคล บีซี 4 รับ 4.8 ล้านบาท / วัชรพล วงษา บอคเซีย บุคคล บีซี 2 รับ 4.8 ล้านบาท / สุจิรัตน์ ปุกคำ แบดมินตัน หญิงเดี่ยว คลาส WH 1 รับ 4.8 ล้านบาท รวมเงินอัดฉีดเหรียญเงินจากกองทุนฯ 24 ล้านบาท

ขณะที่อีก 8 เหรียญทองแดงของทัพไทยจาก สายสุนีย์ จ๊ะนะ วีลแชร์ฟันดาบ เอเป้ คลาสบี รับ 3 ล้านบาท / รุ่งโรจน์ ไทยนิยม เทเบิลเทนนิส บุคคลชาย คลาส 6 รับ 3 ล้านบาท / ภูธเรศ คงรักษ์ วีลแชร์เรซซิ่ง 5,000 เมตร T54 รับ 3 ล้านบาท / ภูธเรศ คงรักษ์ วีลแชร์เรซซิ่ง 1,500 เมตร T54 รับ 3 ล้านบาท / (อนุรักษ์ ลาววงษ์, ยุทธจักร กลิ่นบานชื่น, ถิรายุ เชื้อวงษ์) จากเทเบิลเทนนิส ทีมชาย คลาส 3 รับคนละ 3 ล้านบาท รวม 3 คน 9 ล้านบาท / ขวัญสุดา พวงกิจจา เทควันโด คลาส K44 น้ำหนักไม่เกิน 49 กก. รับ 3 ล้านบาท / สายชล คนเจน วีลแชร์เรซซิ่ง 800 เมตร T54 รับ 3 ล้านบาท / สุจิรัตน์ ปุกคำ-อำนวย เวชวิฐาน แบดมินตัน หญิงคู่ คลาส WH รับคนละ 3 ล้านบาท รวม 2 คน 6 ล้านบาท รวมยอดอัดฉีดเหรียญทองแดงเป็นเงิน 33 ล้านบาท

สรุปยอดรับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติของทัพนักกีฬาพาราลิมปิกไทย รวมทั้งสิ้น 114.6 ล้านบาท ยังไม่รวมเงินรางวัลที่โค้ชได้รับ 20 เปอร์เซนต์ของเงินรางวัลนักกีฬา และสมาคมกีฬาฯ ได้รับ 30 เปอร์เซนต์ของเงินรางวัลนักกีฬา1

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *